บทที่ 3 ตอนที่ 3 พบกันอีกครั้ง

หลายเดือนต่อมา

นริยากับนารินเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่เดียวกัน ทั้งคู่เลือกเรียนบัญชีและการเงิน และเลือกวิชาโทเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งมหาวิทยาลัยอยู่ไกลจากบ้านของพวกเธอค่อนข้างมาก นริยาจึงเลือกที่จะพักใกล้มหาวิทยาลัย ส่วนนารินมีคนคอยรับส่งจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ แต่เมื่อวันไหนนารินขี้เกียจกลับบ้านก็จะมาอยู่ค้างกับนริยา และนั่นก็เป็นสิ่งที่ภาคินต้องการพอดี

คอนโดของนริยาเป็นห้องขนาดไม่ใหญ่มาก มีห้องนอนแยกออกจากโซนครัวและห้องรับแขก จึงไม่ได้คับแคบมากนัก นารินมักจะมานอนเล่นระหว่างรอภาคินมารับหรือรอคนรถมารับเธอ

“ขออาบน้ำก่อนนะ ร้อน” นริยาบอกนารินทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในห้อง เธอเปิดประตูห้องนอนเอาไว้ระหว่างถอดเสื้อผ้า โดยไม่ได้สนใจว่านารินเดินตามเข้ามานอนเล่นบนเตียง

“ทำไมไม่ไปอยู่บ้านฉันวะ ไหนๆ ก็เรียนด้วยกันอยู่แล้ว”

“ไม่ไปอะ”

“กลัวพี่คินเหรอ”

“ก็ประมาณนั้น”

“แกมีเบอร์พี่คินไหม” นารินถามนริยาเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“มี พี่คินเคยขอเบอร์ฉันไปแล้วโทรเข้ามา ทำไม”

“มีกี่เบอร์”

“2”

“ยินดีด้วย แกมีป้ายตำแหน่งพี่สะใภ้ของฉันคล้องคอเอาไว้แล้วล่ะ”

“หมายความว่ายังไงวะ”

นริยาชะงักไปหลังจากที่เธอถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือแต่ชุดชั้นในติดตัว เธอถามนารินด้วยความไม่เข้าใจ หญิงสาวเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบผ้าเช็ดตัวหลังจากนึกขึ้นได้ว่าผืนที่เธอใช้เธอใส่ลงตะกร้าไปแล้ว

“ก็เบอร์พี่คิน มี 3 เบอร์ มีเบอร์สำหรับครอบครัว เบอร์สำหรับทำงานหรือคนนอก กับเบอร์ที่ฉันเดาว่าแกไม่มี คือเบอร์ที่เอาไว้ใช้สำหรับพวกคู่นอนคู่ขาของพี่คิน”

“…..”

“เบอร์สำหรับครอบครัว จะมีแค่คนในบ้านที่รู้ แม้แต่ญาติพี่น้องยังไม่มีใครรู้เลย แต่นี่พี่คินเอาเบอร์นี้ให้แกด้วย แกหนีพี่คินไม่พ้นหรอก”

“เว่อร์ย่ะ คิดอะไรมาก เขาอาจจะเห็นว่าฉันเป็นเพื่อนสนิทแกก็ได้”

“เสื้อผ้าของพี่คิน ไม่เคยมีใครได้ยืมหรือได้ใส่นะ ถ้ามีคนใส่พี่คินจะทิ้งเลย ยิ่งตัวที่แกใส่มันเป็นตัวโปรด…..”

“…..” นริยาไม่ได้พูดอะไร เธอนุ่งผ้าเช็ดตัวแล้วเตรียมจะออกไปอาบน้ำ

“เอางี๊ เสื้อพี่คินยังอยู่ไหม”

“อยู่ในตู้นั่นแหละ”

“งั้นเรามาพิสูจน์กัน ว่าเสื้อที่แกใส่ไปแล้ว เขาจะใส่ไหม”

“แล้วแต่”

นารินมองตามหลังนริยาที่เดินออกจากห้องนอนไปแล้วก็เอื้อมคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดังมาเปิด หยิบโทรศัพท์เครื่องบางเฉียบมากดส่งข้อความหาพี่ชายของเธอ

ทางด้านภาคิน วันนี้เขามารับนารินเอง เพราะมีนัดกับลูกค้าแถวนี้พอดี แต่ตั้งใจว่าจะเข้าไปรับมืดๆหน่อย ปล่อยให้ทั้งสองสาวพักผ่อนกันไปก่อน แต่ระหว่างที่กำลังจะลงจากรถก็ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านข้อความ เมื่อมันดังแจ้งเตือนมาจากเครื่องส่วนตัว

‘วันนี้รินอยากกินหมูกระทะ พาไปกินหน่อย ค่อยกลับมาส่งน้ำตอนกลับ’

‘อือ ขอทำงานก่อน เดี๋ยวเข้าไปรับประมาณ 4 โมง’

หลังจากส่งข้อความตอบกลับน้องสาวเสร็จ ร่างสูงก็ก้าวลงจากรถเพื่อไปหาลูกค้าตามที่นัดหมายเอาไว้

ปกติภาคินจะมีผู้ช่วยส่วนตัวเวลาไปไหนมาไหนเขาจะไม่ต้องขับรถเอง แต่หากวันไหนที่เขาตั้งใจจะมารับนารินก็จะออกมาเองคนเดียว

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ”

เมื่อเข้ามาในร้านอาหารและพบกับลูกค้าสาวที่เขาได้นัดเอาไว้ ร่างสูงก็หย่อนตัวนั่งลงตามคำเชิญ ก่อนที่จะเข้าสู่เวลาทำงานอย่างเป็นทางการ

หลังจากพูดคุยกันจบลงชายหนุ่มก็ขอตัวเพื่อจะได้ไปรับน้องสาวและได้ไปพบกับสาวน้อยของเขาหลังจากไม่ได้เห็นหน้ามาหลายเดือน

“จะไม่อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนเหรอคะ”

“พอดีผมมีธุระต่อครับ ขอโทษด้วยนะครับ”

“งั้นวันไหนว่างเราจะได้เจอกันไหมคะ”

รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนในหน้าหล่อเหลา เขาทำเพียงยิ้มให้หล่อนโดยไม่ได้พูดอะไรก่อนที่จะเดินออกไป

“แก เดี๋ยวพี่คินมารับออกไปกินหมูกระทะนะ”

“ไหนว่ากลัวอ้วน”

“ไม่สนละ เรื่องกินสำคัญกว่า”

นริยาไม่ได้พูดอะไร เธอเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบชุดชั้นในออกมาใส่ ก่อนจะมองหาเสื้อยืดตัวหลวมสีเข้มกับกางเกงขาสั้นสีขาวออกมาใส่

“ฉันอยากหุ่นแบบแกบ้างว่ะ ดูหุ่นฉันดิ อย่างกับเด็กอนุบาล” นารินมองนริยาที่ยืนใส่เสื้อผ้าต่อหน้าเธอด้วยแววตาอิจฉา

“ฉันก็ผอมเหมือนแกนั่นแหละ”

“เหมือนตรงไหน แกมีนม มีตูด มีสะโพก หุ่นแกนี่คือสเปคของผู้ชายเลยนะ ผอมบาง แต่มีของ”

“…..”

“แถมขาวสว่างอีกต่างหาก”

“แกก็ขาว” นริยาเถียงนารินระหว่างที่เธอกำลังมัดผม

“ฉันขาวเหลือง แต่แกขาวแบบขาวเลย”

“บ้าบอ”

นริยาบ่นแบบไม่ได้จริงจังนัก เพราะเธอรู้ดีว่านารินชอบพูดเล่นไปเรื่อย แต่วันนี้แปลกตรงที่อยู่ๆนารินก็พูดถึงพี่ชายกับเธอ ทั้งที่พวกเธอไม่ได้คุยกันเรื่องภาคินมาตั้งแต่หลังจากที่เธอไปค้างที่บ้านของนารินวันนั้น

“ฉันอาบน้ำบ้างดีกว่า ดีนะที่ฉันเอาเสื้อผ้ามาทิ้งไว้ที่นี่” นารินรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวของเธอก้าวยาวๆ เข้าห้องน้ำไป เพราะเธอตั้งใจว่าตอนที่พี่ชายเธอมาถึง นริยาต้องเป็นคนลงไปรับด้วยตัวเอง

นานหลายนาทีนารินก็ยังไม่ออกมา นริยาไม่ได้เอะใจอะไรจนกระทั่งเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น

“…..ค่ะ”

“ทำไมยัยรินไม่รับโทรศัพท์พี่”

“อาบน้ำอยู่ค่ะ”

“งั้นลงมารับพี่หน่อย พี่มาถึงแล้ว”

“…..ค่ะ”

นริยาถอนหายใจ เมื่อคนที่เธอตั้งใจลืมเลือนมาตลอดหลายเดือนเป็นฝ่ายก้าวข้ามโซนเข้ามาหาเธอก่อน

ร่างบอบบางก้าวออกจากห้องช้าๆ เธอลงลิฟต์ไปรับผู้เป็นพี่ชายของเพื่อนเธอที่หน้าอาคารอย่างไม่ค่อยเต็มใจ

“สวัสดีค่ะ”

เมื่อลงมาถึงหน้าอาคาร ดวงตากลมโตก็มองเห็นร่างสูงกำยำสมส่วนอยู่ในชุดสูทเต็มยศ ก็ยกมือไหว้อย่างคนอายุน้อยกว่าหลายปี

“ทำไมใส่ขาสั้นลงมา”

“พี่คิน ที่นี่คือคอนโดนะคะ นิสิตนักศึกษาเยอะแยะค่ะ การใส่ขาสั้นหรือถ้าจะใส่เสื้อผ้าออกไปเที่ยวบาร์มาเดินก็ไม่มีคนสนใจหรอกค่ะ”

“…..นำไป”

“ค่ะ”

หญิงสาวเดินนำภาคินเข้าไปในลิฟต์เงียบๆ เธอรู้สึกได้ว่าเขามองเธอไม่วางตา แต่ก็แกล้งทำเฉยไป จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าห้องแล้วเปิดประตูเข้าไปก็พบว่านารินนั่งรออยู่ที่โซฟา

“ไปหรือยัง”

“ไปทั้งชุดสูทเหรอคะ หมูกระทะนะ” นารินย้อนถามพี่ชายสีหน้าเรียบเฉย

ภาคินชะงักไป ถึงเขาจะตามใจน้องสาวมากไหน แต่การให้กลิ่นควันมาติดเสื้อสูทก็คงไม่ไหวสำหรับเขา

“น้ำ ได้เอาเสื้อพี่มาที่นี่ด้วยไหม”

“เอามาค่ะ อยู่ในตู้”

“เอามาให้พี่ใส่ก่อน”

นริยาไม่ได้ตอบอะไร เธอเดินเข้าไปในห้องนอนโดยมีภาคินเดินตามหลังมาด้วย ประตูตู้เสื้อผ้าถูกเปิดออก ก่อนที่มือเรียวสวยจะหยิบเสื้อยืดของเขาออกมาส่งให้

“เอาเสื้อสูทมาค่ะ น้ำแขวนให้”

เสื้อสูทราคาแพงถูกส่งให้กับเจ้าของห้องหลังจากที่ชายหนุ่มถอดมันออก นริยาจัดการแขวนใส่ไม้แขวนสำหรับเสื้อสูทเสร็จแล้วเธอก็แขวนเอาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องนอนไปเพื่อปล่อยให้เขาเปลี่ยนเสื้อ

“แผนแกใช่ไหม”

“ใช่ แกมีป้ายสถานะพี่สะใภ้ฉันแขวนคอแล้วล่ะ”

“ไม่มีทาง พี่แกแค่ไม่อยากให้เสื้อสูทเหม็นเฉยๆเหอะ”

“รอดูต่อไปเหอะน่า”

หลังจากที่เจ้าของหัวข้อสนทนาเดินออกมา สองสาวก็เปลี่ยนเรื่องคุย ก่อนที่จะพากันออกจากห้องไป

หลังจากกินหมูกระทะเสร็จ ภาคินก็กลับมาส่งนริยาที่คอนโด ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะขึ้นไปเอาเสื้อสูทกลับด้วยเลย แต่ในเมื่อมันมีข้ออ้างในการที่เขาจะมาหาเธอหลังจากนี้ แล้วทำไมเขาต้องทิ้งโอกาสนั้นไป

“ฉันไปนะ”

“อือ วันจันทร์เจอกัน”

สองสาวโบกมือให้กัน ก่อนที่ภาคินจะเคลื่อนตัวรถออกไป นริยามองตามจนลับตาก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในอาคารเพื่อกลับขึ้นห้องพักของเธอ

“รู้นะว่าพี่ทำอะไรไว้อะ”

“ทำอะไร?”

“ก็หลายเดือนก่อนไง จองเพื่อนรินไว้เหรอ”

“อือ”

“แล้วไงต่อ?”

“อยากได้ไหมล่ะ พี่สะใภ้คนนี้น่ะ”

“ของจริงใช่ไหม ไม่ใช่เล่นๆเหมือนคนอื่นนะ”

“รู้อยู่แล้วนี่ จะถามทำไม”

ภาคินรู้ดีว่าน้องสาวรู้ เพราะเรื่องที่เขาใช้โทรศัพท์ทั้งหมด 3 เครื่อง มันเป็นสิ่งที่ครอบครัวรับรู้มาตลอดไม่เว้นแม้แต่บิดามารดาของเขาก็ตาม เพียงแค่พวกเขาไม่เข้ามาก้าวก่ายในเรื่องส่วนตัว ขอแค่ตัวเขาไม่พลาดทำใครท้องนอกจากตัวจริงของเขาก็พอ

นารินถอนหายใจก่อนจะหยิบคีย์การ์ดเข้าคอนโดกับกุญแจสำรองของห้องนริยาออกจากกระเป๋าส่งให้พี่ชาย

“รหัสคือวันเรียนจบมัธยมปลายของพวกเรา ส่วนกุญแจปั๊มแล้วเอามาคืนด้วย คีย์การ์ดให้ยืมเอาไปใช้เท่านั้น แล้วห้ามทำอะไรน้ำเด็ดขาด”

“เออ รู้แล้วน่า เห็นพี่เป็นคนยังไงเนี่ย”

“พี่ไม่ใช่คน พี่เป็นเสือ จ้องจะงาบลูกแมวน้อย”

“บ่นมาก อยากได้ไหม พี่สะใภ้อะ”

“หึ ถ้ายัยน้ำเสียใจรินเอาพี่ตายแน่”

“ไม่มีทาง”

สองพี่น้องเถียงกันจนกลับมาถึงที่บ้าน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับห้องของตัวเอง นารินวางของลงบนโซฟาก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดส่งข้อความบอกนริยาว่าเธอกลับมาถึงบ้านแล้ว และเมื่อนริยาตอบกลับมาเธอถึงได้เดินหายเข้าไปในห้องน้ำและกลับออกมาขึ้นเตียงนอน

เช้าวันต่อมา

หลังจากที่นริยาอ่านหนังสือจนค่อนรุ่ง เธอจึงเพิ่งหลับไปได้ไม่นาน แต่สัญชาตญาณของคนที่อยู่คนเดียวมาตลอดมันบ่งบอกเธอว่าตอนนี้มีคนอยู่ในห้อง

ร่างบอบบางลุกขึ้นจากเตียงด้วยอาการงัวเงีย เธอเปิดประตูห้องนอนโดยไม่ได้ระวังตัวเพราะคิดว่าเป็นนารินที่มาหาเธอแต่เช้า เพราะมีเพียงนารินเท่านั้นที่มีคีย์การ์ดเข้าคอนโดและมีรหัสห้องของเธอ

“!!!!” เสียงหวานใสหวีดร้องด้วยความตกใจเมื่อคนที่นั่งอยู่ที่โซฟาในห้องเธอไม่ใช่นาริน แต่เป็นภาคิน

“ร้องทำไม”

“พี่เข้ามาได้ยังไง”

“รินให้รหัสกับคีย์การ์ดมา”

“…..” นริยาหน้าเหวอไปหลังจากได้ยินคำตอบของภาคิน

“จะยืนอยู่ในชุดนี้จริงเหรอ” ภาคินถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงล้อเลียนพลางปรายตามองชุดนอนกระโปรงผ้าซาตินสีชมพูอ่อนที่บางเบาจนเห็นทรวดทรงผู้ใส่

“ให้ตาย!!!”

หลังจากนริยาสบถออกมาอย่างลืมตัวแล้วรีบหันหลังกลับเข้าห้องนอนไป ก็ได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจดังตามหลังมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป